
การนวดศีรษะแบบอินเดีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ Champi Massage คือศาสตร์แห่งการเยียวยาที่ส่งต่อกันมานานนับพันปีจากอายุรเวท และปัจจุบันก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานในเมือง ที่ต้องการวิธีผ่อนคลายแบบไม่พึ่งยา แต่ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับมุมลึกของ Champi Massage ตั้งแต่รากเหง้าทางวัฒนธรรม เทคนิคที่ใช้ ไปจนถึงประโยชน์ด้านสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมแนะนำสถานที่คุณภาพในกรุงเทพฯ ที่คนรักสุขภาพหลายคนเลือกกลับมาใช้บริการซ้ำ
นวดศีรษะแบบอินเดียคืออะไร? มิติใหม่แห่งการผ่อนคลาย

หากคุณกำลังมองหาวิธีผ่อนคลายที่มากกว่าการนวดทั่วไป “นวดศีรษะแบบอินเดีย” คือคำตอบที่ผสานศาสตร์บำบัดแบบโบราณกับผลลัพธ์ที่ทันสมัย ด้วยต้นกำเนิดจากภูมิปัญญาอายุรเวท (Ayurveda) การนวดนี้จึงไม่ใช่แค่การคลายเส้น แต่คือการปลดล็อกพลังงานภายในอย่างลึกซึ้ง
พื้นฐานจากอายุรเวท ศาสตร์แห่งสมดุลและการฟื้นฟู
นวดศีรษะแบบอินเดียมีรากฐานจากอายุรเวท ซึ่งเป็นศาสตร์การแพทย์แผนโบราณของอินเดียที่เชื่อมโยงสุขภาพกับสมดุลของพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณศีรษะที่เป็นศูนย์รวมพลังงาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ การนวดจึงเน้นการปลดปล่อยพลังงานที่ติดขัด ช่วยให้เกิดความผ่อนคลายและฟื้นฟูสุขภาพโดยรวม
“Champi” วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
“Champi” ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่เป็นวัฒนธรรมการดูแลตัวเองที่คนอินเดียใช้กันเป็นประจำในชีวิตประจำวัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งมีการใช้น้ำมันธรรมชาติร่วมกับการนวดอย่างอ่อนโยนบนศีรษะ คอ ไหล่ และบางส่วนของใบหน้า เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด บรรเทาความเครียด และส่งเสริมสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผม
ต่างจากการนวดทั่วไปยังไง?
จุดเด่นของนวดศีรษะแบบอินเดียคือ ความลึกในการบำบัด ทั้งในแง่ร่างกายและจิตใจ ต่างจากการนวดเพื่อผ่อนคลายทั่วไปที่มักเน้นแค่การคลายกล้ามเนื้อ นวดแบบอินเดียจะเน้นที่สมดุลของพลังงานในร่างกาย การปลดปล่อยความเครียดเรื้อรัง และการฟื้นฟูระบบประสาทจากภายใน
รู้จัก Marma Points จุดพลังงานที่ปลุกสมดุลในร่างกาย
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการนวดแบบนี้คือการกด “Marma Points” หรือจุดพลังงาน 107 จุดทั่วร่างกาย โดยเฉพาะจุดที่อยู่บนศีรษะ ใบหน้า และต้นคอ การกระตุ้นจุดเหล่านี้จะช่วยให้ระบบประสาททำงานดีขึ้น ลดอาการปวดหัว คลายความเครียดสะสม และฟื้นคืนสมดุลให้กับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
8 เหตุผลที่ใคร ๆ ก็ติดใจนวดศีรษะแบบอินเดีย

การนวดศีรษะแบบอินเดียไม่ใช่แค่การคลายเครียดทั่วไป แต่เป็นการบำบัดที่ส่งผลลึกถึงระบบประสาท สมอง และพลังงานในร่างกายอย่างน่าอัศจรรย์ ต่อไปนี้คือ 8 ประโยชน์ที่ผู้รับบริการมักรู้สึกได้จริงหลังการนวด
1. ส่งเสริมการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ
สำหรับใครที่นอนหลับยาก หลับไม่ลึก หรือสะดุ้งตื่นบ่อยกลางดึก การนวดศีรษะแบบอินเดียช่วยให้สมองเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายลึก ปรับคลื่นสมองให้นิ่งสงบ และลดฮอร์โมนความเครียด ทำให้หลับได้ง่ายและหลับสนิทยิ่งขึ้น
2. บรรเทาอาการปวดศีรษะและไมเกรนโดยไม่พึ่งยา
ไมเกรนและอาการปวดหัวเรื้อรังมักเกิดจากการตึงเครียดของเส้นเลือดและระบบประสาท การกดจุด Marma บนศีรษะช่วยเปิดการไหลเวียน ลดแรงตึง และคลายจุดอักเสบอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้อาการไมเกรนลดลงโดยไม่ต้องพึ่งยา
3. ลดความเครียดสะสมในชีวิตประจำวัน
แค่ได้นวดเบา ๆ ที่หนังศีรษะ ก็เหมือนได้รีเซ็ตทั้งร่างกายและจิตใจ การสัมผัสที่ช้าและอ่อนโยนกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (ระบบที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย) ช่วยให้คุณรู้สึกโล่ง โปร่ง และสดชื่นขึ้นทันที
4. กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตสู่สมอง
การกดและนวดตามแนวหลอดเลือดในศีรษะจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้สมองได้รับออกซิเจนมากขึ้น ความคิดชัดเจน สมาธิดีขึ้น และลดอาการมึนงงหรือสมองล้าโดยเฉพาะในคนทำงานหนัก
5. เสริมสุขภาพหนังศีรษะและลดปัญหาผมร่วง
น้ำมันอุ่นที่ใช้ในการนวดไม่เพียงบำรุงหนังศีรษะ แต่ยังช่วยกระตุ้นรูขุมขนและเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง เพิ่มสารอาหารและออกซิเจนให้กับรากผม ทำให้ผมร่วงลดลง และเส้นผมดูหนาแน่น แข็งแรงขึ้น
6. บรรเทาอาการ Office Syndrome
การนั่งทำงานหน้าคอมฯ เป็นเวลานานมักทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ เกิดการตึงสะสม ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทบริเวณศีรษะ การนวดช่วยคลายความตึงเหล่านี้ ลดอาการชา ตึง และปวดลึกจากการทำงานประจำ
7. คลายความตึงของกล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกาย
ด้วยเทคนิคเฉพาะที่ไล่กล้ามเนื้อลงมาจากศีรษะสู่ต้นคอและไหล่ นวดศีรษะแบบอินเดียจึงช่วยผ่อนคลายจุดที่สะสมความเครียดได้อย่างล้ำลึก เหมาะมากสำหรับคนที่รู้สึกว่า “ไหล่หนัก คอตึง” จากการทำงานหรือถือมือถือทั้งวัน
8. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา
ดวงตาและกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่ล้าจากจ้องจอนาน ๆ สามารถผ่อนคลายได้ผ่านการนวดจุดรอบขมับและหน้าผาก ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับเส้นประสาทตา ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ลดอาการปวดเบ้าตา และลดความตึงของกล้ามเนื้อรอบดวงตาได้อย่างดี
ใครบ้างที่เหมาะกับการนวดศีรษะแบบอินเดีย?

แม้การนวดศีรษะแบบอินเดียจะเหมาะกับแทบทุกคนที่อยากผ่อนคลาย แต่บางกลุ่มก็ได้รับประโยชน์จากการนวดนี้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจ หากคุณเข้าข่ายกลุ่มด้านล่างนี้ อาจถึงเวลาแล้วที่จะให้ “Champi Massage” เข้ามาดูแลคุณอย่างจริงจัง
ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการการนวดศีรษะแบบอินเดีย แต่หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ โอกาสที่คุณจะได้ผลลัพธ์เกินคาดมีสูงมากทีเดียว
- ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
- คนนอนไม่หลับ ตื่นกลางคืน
- ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง หนังศีรษะมัน
- คนที่เผชิญความเครียดสูง
สัญญาณเตือนที่บอกว่า คุณควรนวดศีรษะแบบอินเดีย
บางทีร่างกายก็บอกเรากลาย ๆ ว่าควรหยุดพักบ้าง ลองเช็กดูว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่
- ปวดศีรษะหรือไมเกรนบ่อยกว่าปกติ
- รู้สึกหนักหัว มึน ๆ สมองไม่ปลอดโปร่ง
- หลับไม่สนิท ตื่นมาก็ยังเพลีย
- ผมร่วงเป็นกระจุกโดยไม่มีสาเหตุ
- รู้สึกเหนื่อยล้าแม้นั่งเฉย ๆ ทั้งวัน
- คอ บ่า ไหล่ แข็งเกร็งอยู่ตลอดเวลา
หาก “ใช่” มากกว่า 2 ข้อ การนวดศีรษะแบบอินเดียอาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังตามหาอยู่ก็ได้
ใครที่ควรเลี่ยงการนวด หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน?
แม้จะเป็นศาสตร์ที่อ่อนโยนและปลอดภัย แต่ก็ยังมีบางกรณีที่ควรระมัดระวังหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการ เช่น
- ผู้ที่มีแผลเปิดหรือผื่นแพ้ บริเวณศีรษะ
- หญิงตั้งครรภ์ใน ไตรมาสแรก
- ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควบคุมไม่ได้
- ผู้ที่มีไข้หรือการติดเชื้อเฉียบพลัน
- คนที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดหรือมีปัญหากระดูกต้นคอ
หากไม่แน่ใจ แนะนำให้แจ้งข้อมูลกับนักบำบัดก่อนเริ่มนวด เพื่อให้สามารถปรับเทคนิคหรือหลีกเลี่ยงจุดที่อาจเป็นอันตรายได้
ขั้นตอนการนวดศีรษะแบบอินเดีย

เบื้องหลังความผ่อนคลายลึกระดับจิตใจ ไม่ได้จบแค่ “การนวดเบาๆ ที่ศีรษะ” เท่านั้น แต่นวดศีรษะแบบอินเดีย (Indian Head Massage หรือ Champi) มีขั้นตอนพิถีพิถันตามศาสตร์อายุรเวทแบบต้นตำรับ ที่ทั้งช่วยฟื้นฟูร่างกายและปลอบประโลมใจไปพร้อมกัน
การเตรียมจิตใจและร่างกายให้พร้อม (Preparation Phase)
ก่อนเริ่มนวด นักบำบัดจะให้เวลาสั้น ๆ กับลูกค้าในการปรับสมาธิ ปรับลมหายใจ และแนะนำให้ปล่อยวางความคิดระหว่างการนวด พร้อมทั้งเลือกกลิ่นน้ำมันที่ลูกค้าชอบ เพื่อให้ประสบการณ์ครั้งนี้ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง
ขั้นตอนการนวดแบบอินเดีย (The Ritual)
- การอุ่นน้ำมันให้อุณหภูมิเหมาะสม
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นหรือสมุนไพรอายุรเวทจะถูกอุ่นให้อุณหภูมิพอเหมาะ (อุ่นแต่ไม่ร้อน) เพื่อให้เปิดรูขุมขน กระตุ้นการไหลเวียน และช่วยให้ส่วนผสมซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น
- เทคนิคการกดจุด Marma Points
Marma คือจุดพลังงานตามศาสตร์อายุรเวท ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบไหลเวียนและประสาท นักบำบัดจะใช้นิ้วมือกด คลึง และหมุนตามจังหวะธรรมชาติ ช่วยคลายพลังงานที่อุดตัน และกระตุ้นการไหลเวียนของพลังปราณในร่างกาย
- ลำดับการนวดจากศีรษะ → คอ → ไหล่
เริ่มต้นจากหนังศีรษะ บริเวณขมับ กลางศีรษะ ไล่ลงมายังต้นคอ บ่า และหัวไหล่ เพื่อปลดล็อกความตึงเครียดที่สะสมตามแนวเส้นประสาทหลัก ช่วยให้รู้สึกเบาสบายตั้งแต่ศีรษะจรดบ่าไหล่
การดูแลตัวเองหลังการนวด (After Care)
หลังจากการนวดเสร็จ ควรดื่มน้ำอุ่น 1 แก้วเพื่อช่วยขับของเสียที่ถูกกระตุ้นจากการนวด อาจรู้สึกง่วงหรือต้องการพักผ่อน ซึ่งเป็นสัญญาณดีว่าร่างกายกำลังเข้าสู่โหมดฟื้นฟู ควรหลีกเลี่ยงการสระผมทันที และให้เวลากับน้ำมันได้ทำงานต่ออีกสักพัก
Sakura Spa เอกมัย สวรรค์ของคนรักนวดศีรษะแบบอินเดีย

ถ้าคุณกำลังมองหาประสบการณ์นวดศีรษะแบบอินเดียที่ไม่ใช่แค่การนวด แต่คือ ศาสตร์บำบัดที่ลึกซึ้ง และพิถีพิถันในทุกขั้นตอน Sakura Spa Thailand คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในย่านเอกมัย ด้วยมาตรฐานระดับพรีเมียมที่ใส่ใจทั้งร่างกาย จิตใจ และบรรยากาศรอบตัว
ซากุระ สปา ต่างจากร้านนวดอื่นอย่างไร?
Sakura Spa Thailand ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ร้านนวด” แต่เป็นพื้นที่แห่งการบำบัดแบบองค์รวมที่เลือกสรรทุกรายละเอียดเพื่อให้เข้ากับศาสตร์อายุรเวทอย่างแท้จริง
- น้ำมันมะพร้าว Cold-Pressed 100% แท้
- Ayurvedic Environment ที่ปรับแต่งเฉพาะ
แพ็กเกจและบริการที่คุ้มค่าเกินคาด

ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งเคยลองนวดอินเดียเป็นครั้งแรก หรือผู้ที่มองหาทางเลือกเพื่อดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง Sakura Spa มีแพ็กเกจที่ตอบโจทย์หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ 90 นาที ไปจนถึงแพ็กเกจดูแลรายเดือนที่ให้ราคาพิเศษ พร้อมบริการแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะกับสภาพร่างกายและไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล
เหตุผลที่ลูกค้าหลายคนกลับมาใช้บริการซ้ำ
เพราะประสบการณ์ที่นี่ ไม่ใช่แค่ผ่อนคลายชั่วคราว แต่หลายคนเล่าว่าอาการปวดหัวเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือออฟฟิศซินโดรมค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมารับบริการอย่างต่อเนื่อง
ลูกค้าหลายคนยังบอกตรงกันว่า “รู้สึกเหมือนได้กลับมาเชื่อมโยงกับร่างกายและจิตใจของตัวเองอีกครั้ง” ซึ่งหาไม่ได้จากการนวดแบบทั่วไป
เส้นทางสู่ความสุข – การเดินทางมา Sakura Spa เอกมัย
ไม่ว่าคุณจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือรถส่วนตัว การมา Sakura Spa Thailand ก็สะดวกสบายและไม่ซับซ้อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้คุณมารีแลกซ์ได้อย่างไร้กังวลตั้งแต่ก้าวแรก
การเดินทางโดย BTS ลงสถานีเอกมัย ทางออก 1
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS คือวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เพียงลงสถานี เอกมัย (Ekkamai Station) แล้วออกทางออกที่ Exit 1 เดินตรงเข้าสู่ซอยสุขุมวิท 63 ประมาณ 200 เมตร Sakura Spa จะอยู่ทางซ้ายมือ ไม่ต้องต่อรถ ไม่ต้องหลงทาง เหมาะกับสาย Work Hard ที่อยากแวะพักหลังเลิกงาน
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ร้านอยู่ตรงข้าม Park Lane สามารถจอดรถได้ที่ Park Lane เอกมัย โดยมีค่าบริการอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 20 บาท
ดูที่ตั้ง Sakuraspathailand ร้านนวดสปาเอกมัย คลิกที่นี่
จุดสังเกต และแลนมาร์คสำคัญ
จุดสังเกตง่าย ๆ คือ Park Lane จากนั้นเดินเข้าสุขุมวิท 63 หรือซอยเอกมัย เดินไม่นานจะเจอป้ายของ Sakura Spa Thailand ที่ออกแบบในสไตล์ Japanese Zen ที่โดดเด่น มองเห็นได้ตั้งแต่หน้าซอย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนวดศีรษะแบบอินเดีย (FAQ)
ยังไม่เคยนวดศีรษะแบบอินเดีย? หรือเคยแล้วแต่ยังมีคำถามคาใจ? เรารวบรวมทุกข้อสงสัยยอดฮิตไว้ที่นี่ พร้อมคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้
Q: นวดครั้งแรก ควรเลือกแพ็กเกจไหนดี?
A: สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัส แนะนำให้เริ่มจาก แพ็กเกจ 90 นาที เพื่อทดลองความรู้สึกและผลลัพธ์ก่อน หากถูกใจหรืออยากได้ความลึกของเทคนิคมากขึ้น ค่อยอัปเกรดแพ็กเกจในครั้งถัดไป
Q: ใช้เวลานานแค่ไหน? ต้องนัดล่วงหน้าไหม?
A: โดยทั่วไป ใช้เวลาประมาณ 90-120 นาที แล้วแต่แพ็กเกจ และเพื่อให้ได้ช่วงเวลาที่ต้องการโดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุด ควรนัดล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 วัน ผ่านไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์ 092-260-0611 หรือ 02-714-4494-5
Q: ใครที่ไม่ควรนวดศีรษะแบบอินเดีย?
A: ถึงจะปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป แต่ควร หลีกเลี่ยง หากคุณ
- มีแผลเปิดหรือผื่นบริเวณหนังศีรษะ
- อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก
- มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
- มีไข้หรืออาการอ่อนเพลียมากผิดปกติ
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความสบายใจ
Q: จะปวดไหม? รู้สึกยังไงบ้าง?
A: การนวดศีรษะแบบอินเดีย ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แต่จะรู้สึกเหมือนกำลังเข้าสู่ภาวะ
“หลับลึกแต่ยังรู้สึกตัว” ผ่อนคลายจนเผลอหลับเลยด้วยซ้ำ หลังนวดอาจมีอาการง่วงเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณดีว่าร่างกายตอบสนองเชิงบวก
Q: ควรนวดบ่อยแค่ไหนให้ได้ผล?
A: ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ
- เพื่อดูแลสุขภาพทั่วไป เดือนละ 1–2 ครั้ง
- หากมีอาการเฉพาะเช่นไมเกรนหรือผมร่วง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 3–5 ครั้ง
- เพื่อผ่อนคลายตามใจ แล้วแต่ความถี่ที่คุณต้องการ
Q: หลังนวดต้องทำอะไร? มีข้อห้ามไหม?
A: สิ่งที่ควรทำ:
- ดื่มน้ำเปล่าให้มากเพื่อขับของเสีย
- พักผ่อนอย่างเพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่
สิ่งที่ควรเลี่ยงทันทีหลังนวด:
- ไม่ควรสระผมทันที ควรรอประมาณ 2–3 ชั่วโมง
- งดออกกำลังกายหนัก
- งดดื่มแอลกอฮอล์
Q: ต่างจากนวดไทยตรงไหน? แล้วนวดเท้าล่ะ?
A:
- นวดศีรษะแบบอินเดีย: เน้นศีรษะ คอ ไหล่ ใช้น้ำมันอุ่นและเทคนิค Ayurveda
- นวดไทย: ใช้แรงกดและยืดเส้นทั่วร่างกาย ไม่ใช้น้ำมัน
- นวดเท้า: กดจุดสะท้อนเฉพาะฝ่าเท้าและน่อง
แต่ละแบบมีจุดเด่นของตัวเอง เลือกตามความต้องการได้เลย
Q: ทำไมต้องใช้น้ำมันมะพร้าว? ใช้น้ำมันอื่นได้ไหม?
A: น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ Sakura Spa ใช้ ถือเป็น มาตรฐานในการบำบัดเพราะ
- ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะ
- ช่วยบำรุงเส้นผม หนังศีรษะ และลดการหลุดร่วง
- มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย เชื้อรา
- กลิ่นหอมละมุนแบบธรรมชาติ และอ่อนโยนต่อผิว
น้ำมันอื่นก็ใช้ได้ในบางกรณี แต่ถ้าให้ได้ผลสูงสุด น้ำมันมะพร้าวคือคำตอบ
Q: ราคาแพงไหม? มีโปรโมชั่นพิเศษมั้ย?
A: ราคาเริ่มต้น 1,500 บาท/90 นาที พิเศษ! ลดเหลือ 1,290 บาท ถือว่าคุ้มมากกับประโยชน์ที่ได้รับ และยังมี
- แพ็กเกจรายเดือน ที่ลดราคาเมื่อจองหลายครั้ง
- โปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก เช่น ซื้อ 5 แถม 1 หรือส่วนลดช่วงวันเกิด
แนะนำให้ติดตามไลน์ของ Sakura Spa เพื่อไม่พลาดโปรดี ๆ
จองบริการนวดศีรษะแบบอินเดีย
- โทรศัพท์: 092-260-0611 หรือ 02-714-4494-5
- Line Official: @sakuraspath
